สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลพบุรี รับขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. เว้นวันหยุดราชการ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลพบุรี โทรศัพท์: ๐๓๖-๗๗๖๑๖๒

28 กันยายน 2565

ประชุมเตรียมการยกร่างแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม ฉบับที่2 (พ.ศ.2566-2570)

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2565 ที่ห้องประชุมสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลพบุรี สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดลพบุรีพร้อมเกษตรกร เข้าร่วมประชุมเตรียมการยกร่างแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2566-2570) ครั้งที่ 3/2565 ผ่านระบบประชุมทางไกลอิเล็กทอนิค (ZOOM) จากห้องประชุม 2 สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ชัน 1 อาคารรัฐประศาสนภัคดี(อาคาร B) ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายอำนวย ปะติเส ประธานคณะยกร่างแผนแม่บทฯ พร้อมด้วยคณะทำงาน

โดยการประชุมในครั้งนี้ สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้เปิดรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องในภาคส่วนของสภาเกษตรกรจังหวัด พนักงานสำนักงานสภาเกษตรกรฯ และ เกษตรกรในพื้นที่จังหวัด ในการร่างแผนในครั้งนี้





20 กันยายน 2565

ประชุมรับฟังและร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอ กรอบร่างแผนแม่บทฯ

วันที่ 20-21 กันยายน 2565 เวลา 09.00 น. สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลพบุรี จัดการประชุมรับฟังและร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอ กรอบร่างแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2566-2570) และแนวทางการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด รวมถึงผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ของสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลพบุรี โดยนายไพล๊อด ศรสวรรค์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดลพบุรี เป็นประธานการชุม ณ ห้องประชุมสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลพบุรี






5 กันยายน 2565

ร่วมโครงการสนับสนุนการติดตามและประเมินผลฯ พร้อมบรรยายพิเศษ แนวทางการเสนอแผนโครงการฯ

วันที่ 5 กันยายน 2565 เวลา 9.00 น. ที่ ห้องประชุมสำนักงานชลประทานที่ 10 นายสำอาง แก้วประดับ หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลพบุรี และฐานะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ จังหวัดลพบุรี เข้าร่วม “โครงการสนับสนุนการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร” ของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัดลพบุรี และบรรยายพิเศษ แนวทางการเสนอแผนโครงการ (งบกู้ยืม/งบอุดหนุน) ให้กับองค์กรเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ โดยมี นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดโครงการฯ พร้อมร่วมมอบเช็คโครงการฟื้นฟูอาชีพ จำนวน 5 องค์กร เป็นเงิน 1,500,000 บาท และมอบเช็คชำระหนี้แทนเกษตรกรให้กับสหกรณ์การเกษตร จำนวน 6 สหกรณ์ เป็นเงิน 5,668,977.57 บาท ในการจัดโครงการมีผู้แทนองค์กรเกษตรกร ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี จาก 11 อำเภอ จำนวน 66 องค์กร รวมทั้งสิ้นกว่า 180 คน






30 สิงหาคม 2565

Update!!! คู่มือการพิจารณาเอกสารเกี่ยวกับที่ดิน เพื่อขอรับรองมาตรฐาน GAP และ Organic (ฉบับทบทวน ปี2563)สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.)

ดาวโหลดเอกสารคลิ๊กลิ๊งค์ด้านล่างครับ
https://drive.google.com/file/d/1yEl---dA53bkuRrzpHYYqCc85w3Pnkfk/view?usp=sharing




10 สิงหาคม 2565

 


9 สิงหาคม 2565

ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดลพบุรี

วันที่ 9 สิงหาคม 2565 เวลา 09.30 น. นายฤทธิ์รุทธ เขตรำพรรณ หัวหน้าส่วนยุทธศาสตร์การเกษตร สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลพบุรี เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดลพบุรี (ประเด็นการพัฒนาที่ 1 ส่งเสริมการสร้างมูลค้าเพิ่มสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่เศรษฐกิจฐานราก) เพื่อพิจารณาทบทวนเป้าหมายและตัวชี้วัดแนวทาวการพัฒนา แผนงาน และโครงการ/กิจกรรม ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยมี นายกกชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมสำนักงานชลประทานที่ 10 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี






ลงพื้นที่ตรวจประเมินโครงการฯ กลุ่มเสนอขอรับงบสนับสนุน

วันที่ 9 สิงหาคม 65 นายสำอาง แก้วประดับ หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลพบุรี ในฐานะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ พร้อมอนุกรรมการจังหวัดลพบุรี และพนักงานสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่ตรวจประเมินโครงการเลี้ยงกบนาสีทอง กลุ่มเกษตรกรปรางค์นางผมหอมลำสนธิ จังหวัดลพบุรี ซึ่งได้เสนอขอรับงบสนับสนุนจากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยคณะอนุกรรมการได้ชี้แจงหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความช่วยเหลือ และข้อเสนอแนะในการ จัดทำโครงการให้สอดคล้องกับบริบทขององค์กรเกษตรกร ความเป็นไปได้ของโครงการ และเป็นไปตาม ระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนด 










4 สิงหาคม 2565

กิจกรรมการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนการผลิต

วันที่ 4 สิงหาคม  2565 สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลพบุรี เข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยการใช้สารชีวภัณฑ์ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของ พด. และการจัดการดินและปุ๋ยอย่างถูกวิธี กิจกรรมดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง สถานีพัฒนาที่ดินลพบุรี สำนักงานเกษตรอำเภอโคกเจริญ และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองมะค่าซึ่งเป็นแกนกลางในการประสานความร่วมมือ เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่มะขามเทศ ตำบลหนองมะค่า โดยมีการกำหนดแผนงานร่วมกันในการจัดการดินและปุ๋ย เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาต้นทุนการผลิต และปัญหาด้านดิน ดังกล่าวจึงเป็นการจัดการตนเองเพื่อขับเคลื่อนแผนเกษตรกรรมระดับตำบลอย่างต่อเนื่อง และในครั้งนี้ สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลพบุรี ได้นำนวัตกรรมเพื่อการแก้ไขปัญหาเชื้อราในพืช ถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรกลุ่มดังกล่าว เพื่อการนำใช้และการขยายผลให้แก่เกษตรกรรายอื่น ซึ่งนวัตกรรมดังกล่าวเป็นผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี









2 สิงหาคม 2565

ตรวจสอบเงินช่วยเหลือเกษตรกร "ประกันรายได้เกษตรกร" ปี 2564/65 ธ.ก.ส. จ่ายส่วนต่าง "ประกันราคาข้าว" งวดที่ 33 ใครยังไม่ได้เงิน เช็ค ด่วน ธ.ก.ส. สาขาใกล้บ้าน หรือ สำนักงานเกษตรจังหวัด ด่วน







1 สิงหาคม 2565


เมื่อวานนี้ได้มีพี่ท่านหนึ่งได้แชร์ภาพสอบถามการพบเห็นเพลี้ยกระโดดชนิดหนึ่งที่ลงทำลายต้นข้าวโพด ในอำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรีมีหลายๆ คนสงสัยว่าใช่เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่ลงทำลายข้าวรึเปล่านะ ซึ่งจากการเก็บตัวอย่างจากจังหวัดพะเยาส่งมาให้นักอนุกรมวิธานแมลงจำแนกและจากการสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมพบว่าเพลี้ยกระโดดชนิดนี้เคยมีรายงานการระบาดในประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย เรามาทำความรู้จักเพลี้ยกระโดดชนิดนี้กันดีกว่าค่ะ

เพลี้ยกระโดดท้องขาว หรือ #เพลี้ยกระโดดข้าวโพด (White-Bellied Planthopper, Corn Planthopper) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Stenocranus pacificus Kirkaldy จัดอยู่ในอันดับ Hemiptera วงศ์ Delphacidae

รูปร่างลักษณะ ตัวเต็มวัย (adult) มีสีน้ำตาลอ่อน ปีกค่อนข้างใส บริเวณด้านสันหลังมีแถบสีน้ำตาลอ่อน 2 แถบ ทอดยาวคู่กันตั้งแต่บริเวณสันกระโหลก (vertex) ไปจนถึงปลายปีก เพศเมียมีขนาดลำตัวใหญ่กว่าเพศผู้ โดยเพศเมียมีความยาวลำตัวประมาณ 4.5 - 5.0 มม. เพศผู้ลำตัวยาว 4.0 - 4.2 มม. บริเวณส่วนท้องด้านล่างของเพศผู้จะมีสีน้ำตาลส้ม ส่วนของเพศเมียจะมีลักษณะของไขหรือขี้ผึ้งสีขาวเคลือบอยู่ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "เพลี้ยกระโดดท้องขาว" หรือ White-Bellied Planthopper นั่นเองค่ะ

วงจรชีวิต จากการศึกษาในประเทศอินโดนีเซียพบว่าเพลี้ยกระโดดท้องขาว มีวงจรชีวิตอยู่ที่ประมาณ 38 -47 วัน ระยะไข่ใช้เวลาประมาณ 9 - 11 วัน โดยเพศเมียใช้อวัยวะวางไข่ (ovipositor) แทงทะลุเนื้อเยื่อพืชเพื่อวางไข่บริเวณเส้นกลางใบและกาบใบ จากนั้นเพศเมียจะทำการขับสารที่มีลักษณะคล้ายไขขี้ผึ้งสีขาวปกคลุมไข่เพื่อป้องกันอันตราย ซึ่งสารสีขาวนี้จะพบในส่วนท้องของเพศเมียเท่านั้น โดยไข่ที่วางในแต่ละจุดมีจำนวนประมาณ 1 - 24 ฟอง โดยเพศเมีย 1ตัว สามารถวางไข่ได้เฉลี่ย 181 - 214 ฟอง ระยะตัวอ่อน (nymph) มี 5 วัย แต่ละวัยใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน ตัวเต็มวัยเพศเมียมีอายุประมาณ 13 - 17 วัน ซึ่งยาวนานกว่าเพศผู้ที่มีอายุประมาณ 8 - 12 วัน (Simbolon et al., 2020) ตัวอ่อนวัยแรกที่เพิ่งฟักออกจากไข่จะมีสีลำตัวค่อนข้างขาว และเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองปนเขียวในวัยที่ 2 จากนั้นจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลในระยะตัวอ่อนวัยที่ 3 - 4 และสีน้ำตาลอ่อนอมส้มในระยะตัวเต็มวัย (Dumayo et al., 2007)
ลักษณะการทำลาย ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของเพลี้ยกระโดดชนิดนี้จะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อนและกาบใบ ทำให้ต้นข้าวโพดชะงักการเจริญเติบโต หากระบาดรุนแรงทำให้เกิดอาการใบไหม้ (hopperburn) นอกจากนี้ยังขับถ่ายมูลหวาน (honey dew) ลงบนต้นพืชเป็นสาเหตุทำให้เกิดราดำ (sooty mold) ขึ้นปกคลุมส่วนต่างๆทำให้บดบังพื้นที่สังเคราะห์แสงของพืช พืชจึงสังเคราะห์แสงได้ลดน้อยลง อีกทั้งยังมีรายงานว่าเพลี้ยกระโดดชนิดนี้ทำให้เกิดปมตามเส้นใบและใต้ผิวใบอีกด้วย (Nelly et al., 2017) นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าการระบาดของเพลี้ยกระโดดท้องขาวทำให้ผลผลิตข้าวโพดลดลง ซึ่งจากข้อมูลในประเทศอินโดนีเซียพบว่าในฤดูแล้งปี 2017 ที่พบเพลี้ยกระโดดท้องขาวระบาดรุนแรงทำให้ผลผลิตข้าวโพดลดลงถึง 52.2% โดยผลผลิตที่ได้จากข้าวโพดที่ถูกเพลี้ยกระโดดท้องขาวเข้าทำลายนั้นจะมีฝักที่ลีบเล็ก เมล็ดมีน้ำหนักน้อย เปราะและแตกหักได้ง่ายเมื่อนำไปเข้าเครื่องกะเทาะเมล็ด (Swibawa et al., 2018)
พืชอาหาร : ข้าวโพด (Susilo et al. and Nelly et al., 2017) ข้าวฟ่าง หญ้าโขย่ง หญ้านกสีชมพู หญ้าตีนกา (Dumayo, 2007) สำหรับในประเทศไทยเคยมีรายงานว่าพบเพลี้ยกระโดดชนิดนี้ในนาข้าวแต่ไม่ใช่ศัตรูที่สำคัญ (วารี, 2543)
เขตการแพร่กระจาย : ประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย
เบื้องต้นควรหมั่นสำรวจแปลงปลูกข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอหากพบปุยสีขาวคล้ายขี้ผึ้งเกาะอยู่บริเวณเส้นกลางใบหรือกาบใบแสดงว่าเริ่มมีการเข้าทำลายของเพลี้ยกระโดดท้องขาว
หากพบการระบาดรุนแรง ให้เลือกใช้สารกำจัดแมลงชนิดใดชนิดหนึ่ง ดังนี้
1. สารคาร์บาริล 85%WP อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม1)
2. สารไทอะมีโทแซม 25% WP อัตรา 2 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม4)
3. สารไดโนทีฟูแรน 10% WP อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม4)
4. สารอิมิดาโคลพริด 10% SL อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม4)
5. สารไพมีโทซีน 50% WG อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม9)***
6. สารบูโพรเฟซิน 25%WP อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม16)
7. สารฟลอนิคามิค 50% WG อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม29)***
หมายเหตุ สารไพมีโทซีนและสารฟลอนิคามิดเป็นสารที่คาดว่าน่าจะมีประสิทธิภาพดีที่สุดแต่ก็มีราคาค่อนข้างสูงเช่นกัน ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงต้นทุนและความคุ้มค่าในการใช้สารด้วย
สำหรับสารอิมิดาโคลพริด, ไทอะมีโทแซม และไดโนทีฟูแรน เป็นสารกลุ่มนีโอนิโคตินอยด์ จัดอยู่ในกลุ่ม 4 เป็นสารกลุ่มที่มีพิษต่อผึ้งและแมลงผสมเกสรค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงควรระมัดระวังในการพ่น โดยอาจเลือกช่วงเวลาในการพ่นสารโดยพ่นช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ผึ้งและแมลงผสมเกสรออกหาอาหาร จะช่วยลดความเสี่ยงและอันตรายต่อผึ้งและแมลงผสมเกสรได้
ขอบพระคุณ คุณเกศสุดา สนศิริ นักกีฏวิทยาชำนาญการ กลุ่มงานอนุกรมวิธานแมลง กลุ่มกีฏและสัตววิทยา สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นผู้จำแนกชนิดและให้ข้อมูลเพิ่มเติมในบทความ,และคุณSadawut สำหรับรูปภาพและพื้นที่การระบาด มา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ





วารี หงษ์พฤกษ์. 2543. เพลี้ยจักจั่นและเพลี้ยกระโดด ศัตรูพืชเศรษฐกิจในประเทศไทย. กลุ่มกีฏและสัตววิทยา กรมวิชาการเกษตร. 126 หน้า.
Dumayo, L.S., M.P. Ogdang and P.S. Leyza. 2007. Biology, host rang and natural enemies of corn planthopper, Stenocranus pacificus Kirkaldy. (Online). Available.
Nelly, N., M. Syahrawati, and H. Hamid. 2017. Abundance of corn planthopper (Stenocranus pacificus) (Hemiptera: Delphacidae) and the potential natural enemies in West Sumatra, Indonesia. Biodiversitas. Vol. 18, Num. 2 : 697-700.
Simbolon D. U., M. C. Tobing, D. Bakti. 2020. Biology of Stenocranus pacificus Kirkaldy (Hemiptera: Delphacidae) reared on corn plants (Zea mays L.) in a screenhouse. Jurnal Entomologi Indonesia, Vol. 17, No. 2, pp. 104–111.
Susilo, F. X., I. G. Swibawa, Indriyati, A. M. Hariri, Purnomo, R. Hasibuan, L. Wibowo, R. Suharjo, Y. Fitriana, S. R. Dirmawati, Solikhin, Sumardiyono, R. A. Rwandini, D. R. Sembodo and Suputa. 2017. The White- Bellied Planthopper (Hemiptera: Delphacidae) Infesting Corn Plants in Souyh Lampung Indonesia. Tropika J. HPT. Vol.17, pp. 96 – 103.
Swibawa, I. G., F. X. Susilo, A. M. Hariri, S. Solikhin. 2018. The Population of White-bellied Planthoppers and Their Natural Enemies: the New Pest of Corn in Lampung. Jurnal Hama dan Penyakit Tumbuhan Tropika, vol. 18, no. 1, Mar. 2018, pp. 65-74.